ติดตามเรื่องนี้
อารัมภบท

วันนี้จะมาเล่าประสบการณ์หาหมอสูตินรีฯและการตรวจภายในครั้งแรกของดิฉันค่ะ

ต้องบอกก่อนว่าดิฉันเป็นสาววัยรุ่นตอนปลายที่โสดสนิทมากๆๆๆๆแล้วก็ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ใช้ชีวิตเป็นปกติไม่มีโรคประจำตัวไอ้การเป็นไข้ไม่สบายน่ะฉันสามารถบอกได้ว่าสามปีที่ผ่านมาฉันยังไม่เคยล้มป่วยหรือเป็นหวัดหรือเป็นอะไรมากเกินไปกว่าปวดท้องประจำเดือนเลย

         แต่ฉันจะเป็นคนที่มีปัญหากับการปวดท้องประจำเดือนตลอดซึ่งสาเหตุหนึ่งก็น่าจะมาจากกรรมพันธุ์เพราะแม่ของฉันก็เป็นเหมือนกันแม่เคยปวดจนต้องฉีดยาถึงจะหายเพราะยาแก้ปวดก็เอาไม่อยู่

         ฉันรู้ตัวว่าไม่ค่อยปกติเรื่องนี้และมีโอกาสที่จะเป็นช็อกโกแลตซีทหรือพวกมะเร็งในอนาคตถ้าไปหาหมอสูตินรีฯฉันก็เดาว่าประมาณ70% คงต้องโดนจับตรวจภายในซึ่งฉันยังไม่พร้อมเลยสักนิด...

         แต่ช่วงสองอาทิตย์ที่แล้วอยู่ดีๆฉันก็มีเลือดไหลออกมาทางช่องคลอดมันเหมือนประจำเดือนตอนใกล้หมดคือจะออกมาน้อยๆแต่ออกแบบประปริดกระปรอยแต่ก็ไม่มีความเจ็บปวดอะไรเลยนะ

ฉันแปลกใจอยู่ดีว่าทำไมมันถึงเป็นอย่างนั้นในเมื่อประจำเดือนฉันก็หมดไปตั้งแต่สองอาทิตย์ที่แล้วๆนี่นา...

ทีนี้เริ่มหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตบางคนก็บอกว่าน่าจะเป็นที่ฮอร์โมนแปรปรวนบางคนก็บอกอาจจะท้องนอกมดลูกหรือท้องแล้วแท้งหรือเปล่า (ซึ่งพวกที่เกี่ยวกับท้องฉันตัดทิ้งไปเลย) แต่บางความคิดเห็นก็บอกว่าอาจจะเป็นเนื้องอกหรืออะไรที่อันตรายหรือเปล่าต้องไปตรวจดูแล้วนะ

         เอาล่ะสิ...เหงื่อแตกและกลัวขึ้นมาเลยทีนี้ไม่ได้แล้วคงต้องไปหาหมอจริงๆพร้อมกับทำใจเลยว่าจะต้องถูกจับตรวจภายในแน่นวล..ฮือออ!

        

         วันเสาร์หยุดงานเลยไปที่รพ.เลยจ้า...

ในใจก็กลัวแต่ก็เตรียมใจมากแล้วล่ะว่าถ้าเป็นอะไรมากจริงๆที่ถึงกับต้องผ่าตัดก็จะใจสู้รักษามันประกันสังคมที่เสียมาทุกเดือนจะได้ใช้ก็คราวนี้ล่ะ

         ไปถึงก็ไปกรอกประวัติเพราะเพิ่งเคยไปครั้งแรกเลยได้ตรวจที่แผนกอายุรกรรมทั่วไปพอถึงคิวหมอก็ถามคำถามพื้นฐานอย่างเช่นมีแฟนหรือยังอยู่กับแฟนไหมท้องหรือเปล่าเลยบอกหมอไปว่ายังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ค่ะหมอก็เลยเคลียร์ประเด็นที่ว่าท้องนอกหมดลูกออกไป

         คราวนี้หมอก็ลองกดๆท้องก็ไม่เจ็บไม่มีอาการอะไรผิดปกติหมอจึงสรุปว่าน่าจะไม่เป็นอะไรแต่กระนั้นเพื่อความแน่ใจ...หมอจึงเขียนใบนัดตรวจกับหมอสูติฯให้ในวันจันทร์

 

         วันจันทร์มาถึงดิฉันก็มาตรวจฉี่เจาะเลือดวัดความดันวัดส่วนสูงอะไรเรียบร้อยก็มายืนรอรวมกับคนไข้คนๆอื่นๆซึ่งส่วนใหญ่มีแต่วัยรุ่นแม่รุ่นป้ากันทั้งนั้นดิฉันก็เดินไปเดินมาเพราะไม่มีที่จะนั่งหมอมีคนเดียว(รู้สึกสงสารหมอเหมือนกันนะเพราะตอนเที่ยงยังได้นั่งตรวจคนไข้) กว่าจะได้ตรวจก็เที่ยงซึ่งพอเดินเข้าไปในห้องก็รู้สึกตื่นเต้นมากกกกกก

หมอเป็นผู้หญิงหน้าตานิ่งๆไม่ได้ดูใจร้ายแต่ก็ไม่มีซึ่งรอยยิ้มปลอบใจใครไปถึงหมอก็ถามๆก็บอกหมอไปดิฉันถ่ายรูปเลือดที่ออกมาเลอะกางเกงในไปให้หมอดูด้วยหมอก็เหลือบมาดูจากนั้นก็จดอะไรยิกๆลงในกระดาษโดยไม่มองหน้าดิฉันให้เสียเวลาไอ้เราก็สังเกตว่าหมอจะแสดงสีหน้าเป็นกังวลถึงอาการของเราหรือเปล่าแต่พอเห็นสีหน้านิ่งเฉยของหมอก็คิดว่าเอาล่ะเราคงไม่ใช่รายที่หนักที่สุดหรอก

และแล้ว...นาทีนั้นก็มาถึงเมื่อหมอบอกว่า

เปลี่ยนเสื้อผ้าได้เลยค่ะ

มองไปทางด้านซ้ายมือคือผ้าม่านที่กั้นเป็นฉากบังสายตาจากสิ่งที่อยู่เบื้องหลังในใจคิด...อีตรงนี้แน่ๆเลยที่เป็นลานประหาร

ดิฉันก็เดินตามพยาบาลเข้าไปนาทีแรกที่ได้เห็นเตียงพร้อมกับที่วางพาดขาทั้งสองข้างฉันก็เดาท่านอนของตัวเองที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าได้เลยมีเครื่องอัลตราซาวน์วางอยู่ทางซ้ายมือแต่ดิฉันไม่ลุ้นหรอกว่าหมอจะแค่อัลตราซาวน์อย่างเดียวในเมื่อหมอบอกให้เปลี่ยนผ้าซิ่น

แม้จะบอกหมอว่ายังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์แต่นาทีนั้นไม่สำคัญแล้วค่ะหมอย่อมต้องการวินิจฉัยโรคจากการเห็นจิมิคนไข้มากกว่าแค่ตรวจอัลตราซาวน์

พอเปลี่ยนใส่ผ้าซิ่นเสร็จพยาบาลก็บอกให้ขึ้นเตียงแล้วเอาขาพาดจบคำพูดนั้นแล้วฉันก็โอ้ย...แทบอยากจะวิ่งหนีออกจากห้องเกิดมานอกจากแม้และพี่สาวไม่เคยเปิดจิมิให้ใครดูซึ่งตอนนั่นก็ตั้งแต่เด็กๆคือโคตรจะอายอ่ะนาทีนั้นพี่พยาบาลแกก็ใจดีมาพยายามเปิดผ้าดิฉันเพื่ออำนวยความสะดวกให้หมอตรวจได้ง่ายๆไอ้ตัวดิฉันก็หนีบเต็มที่ค่ะก่อนที่หมอจะมา

และพอหมอมาถึงก็ถลกเลยค่ะหมอเห็นหมดทุกอณูเส้นขน><ไม่ต้องนงต้องหนีบอะไรแล้วล่ะค่ะนาทีนั้นไม่รู้จะสงสารหมอหรือสงสารตัวเองเมื่อหมอจุ่มๆอะไรมาเช็ดให้น้องจิ๊เราเป็นการทำความสะอาด

แต่ความรู้สึกอับอายเริ่มหายไปเมื่อหมอเริ่มตรวจอย่างเป็นทางการบอกว่าตกขาวเราเยอะแล้วจากนั้นหมอก็สอดไอ้เหล็กๆเข้ามาแม่คุณเอ้ยย...เจ็บชิ_หาย

แต่มันก็ไม่ได้เจ็บถึงขนาดทนไม่ได้หรือถึงกับต้องแหบปากเหมือนคนบ้าหมอเริ่มส่องหาความผิดปกติจากช่องคลอดแล้วก็บอกว่าตกขาวดิฉันเยอะน่าจะช่องคลอดอักเสบแต่ไม่พบความผิดปกติอะไรร้ายแรงไม่ถึงหนึ่งนาทีหมอก็ถอนไอ้เหล็กๆออกดิฉันนี่โล่งเลย...

คราวนี้ก็อัลตราซาวน์เพื่อตรวจดูว่ามีก้อนเนื้อหรือพวกซีทไหมปรากฎว่าไม่มีค่ะดิฉันโล่งยิ่งกว่าตอนหมอถอนเครื่องมือเสียอีกอย่างน้อยก็ได้รู้ว่าไม่ต้องผ่าตัด

เสร็จเรียบร้อยภายในเวลาไม่ถึงห้านาที (คิดว่านะ) สรุปคือ...ไม่ใช่เนื้องอกไม่ใช่มะเร็งไม่ใช่อะไรที่ร้ายแรงค่ะแต่ที่แน่ๆคือช่องคลอดอักเสบซึ่งเกิดจากความอับชื้นใส่กางเกงรัดๆกินน้ำน้อยเลยทำให้ตกขาวออกมาเยอะผิดปกติ  อะไรประมาณนี้และที่มีเลือดออกหมอก็บอกน่าจะเป็นที่ฮอร์โมน

หมอสั่งยาฆ่าเชื้อยาฮอร์โมนแล้วก็ยาเหน็บมาให้ค่ะ (ยาเหน็บใช้ยากมาก) แล้วก็นัดให้มาอีกจันทร์หน้า

เรื่องเหมือนจะจบด้วยดีนะคะ...

แต่...ยังค่ะยังมีอะไรต่อ

 

วันจันทร์ต่อมาดิฉันก็ไปตามหมอนัดตอนแรกว่าจะไม่ไปแล้วเพราะรู้สึกว่าตกขาวออกมาไม่เยอะแล้วแต่สุดท้ายก็ไปค่ะจะได้รู้ว่าเราไม่เป็นอะไรแล้วจริงๆ

มาอาทิตย์นี้เตรียมใจมาเรียบร้อยว่าคงได้ตรวจภายในอีกเหมือนเดิมก็เลยคิดว่าเอาเถอะ...เพื่อสุขภาพของเรามัวแต่มากลัวหรือเหนียมอายโรคร้ายอาจจะมาเยือน

ขึ้นเตียงปุ๊บคราวนี้ดิฉันมีโอกาสได้เห็นอีเหล็กๆที่หมอถือมาด้วยค่ะเป็นภาพที่บั่นทอนความกล้าอยู่นิดหน่อยแต่ก็ใจสู้ค่ะมันไม่ได้เจ็บปวดทรมานถึงขนาดนั้นอย่าไปกลัวมันค่ะ!

หนนี้หมอตรวจเจอติ่งเนื้อค่ะอีนังติ่งนี่แหละที่น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เลือดออกกระปริดกระปรอยหมอบอกว่าที่มาวันแรกยังตรวจไม่เจอ(อาจจะเพราะฉายไฟไม่ทั่วหรือเปล่า ><)

หมอบอกว่าจะตัดออกให้ดิฉันนี่แทบจะกระโดดลงจากเตียงเพราะคิดว่ามันจะเจ็บเหมือนเอากรรไกรมาหนีบเนื้อหรือเปล่าแต่เปล่าเลยค่ะ...ตอนหมอตัดไม่เจ็บเลยแล้วหมอก็บอกว่าจะจี้ๆไฟอะไรให้นี่ล่ะก็ไม่เจ็บเหมือนกัน

หมอชูให้ดูมันเป็นก้อนๆประมาณสามมิลลิเมตรคาดว่าติ่งเนื้อที่ว่าน่าจะไม่ใช่เนื้องอกหรือมะเร็งนะคะดิฉันถามหมอว่าตัดออกแล้วมันจะเป็นอีกไหมหมอก็บอกว่ามันอาจจะเป็นอีกเพราะพวกนี้มันเป็นโรคเรื้อรัง (เอ้า...ตกลงมันอันตรายมั้ยคะหมอT_T)

ดิฉันถามหมอว่ามันเกิดจากอะไรแต่หมอบอกว่าเกิดจากที่เราอั้นปัสสาวะดื่มน้ำน้อยประมาณนี้ล่ะค่ะ

หมอเลยจัดยาชุดเดิมมาให้พร้อมทั้งบอกว่าอีกสามอาทิตย์ให้กลับมาใหม่

อีกสามอาทิตย์ยังมาไม่ถึง...ไว้เดี๋ยวผลเป็นยังไงจะมาอัพเดทและดิฉันก็ยังคงต้องกินยาต่อไป...

 

ก็เอาเป็นว่าดิฉันมาแชร์ประสบการณ์และถ้าใครเคยเป็นเหมือนกันก็มาแชร์กันมาบ้างนะคะที่สำคัญเลยก็คือ....ถ้ามีอาการผิดปกติเกี่ยวกับร่างกายก็อย่าประมาทไปว่าตัวเองไม่เป็นอะไรเพราะขนาดเคสดิฉันตอนแรกที่หมอตรวจยังไม่เจออะไรพอมาอีกอาทิตย์เจอติ่งเนื้อซะงั้น

เป็นผู้หญิงสุ่มเสี่ยงโรคมากกว่าผู้ชายยังไงก็ลองไปตรวจไว้ก็ดีนะคะยิ่งผู้หญิงที่อายุ25ปีขึ้นไปถ้าพบความผิดปกติอะไรไม่ควรจะนิ่งนอนใจค่ะ...

และที่สำคัญอย่าอายหมอเลยหมอเค้าเห็นมาเยอะแล้วจะเห็นของเราบ้างอีกสักอันจะเป็นไรไป....

กดแชร์

เรื่องอื่นๆ ของไรเตอร์

แสดงความคิดเห็น

(อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น)

1 Comments

no-image
Tatcha Tananchai
มีประสบการณ์คล้ายๆ กันคะ แต่ของเราคือ ก้อนเนื้อมันมาคาอยู่ที่ปากช่องคลอด มาจุกอยู่ที่ปากทางแล้ว ประจำเดือนจึงมากระปริบกระปรอย พอไปตรวจที่แผนนรีเวช ที่แรกหมอก็วินิจฉัยและอธิบายว่า จะรักษาอย่างไร แต่พอหมอเห็นจิมิ เค้าก็แค่บิดไอ่ก้อนเนื้อนั้นออก (ขนาด 4 x 4 มล.) และนัดมาฟังผลในอีก 2 อาทิตย์หน้า...โชคดีที่ผลการตรวจชิ้นเนื้อไม่พบความเป็นปกติ

หลังจากหมอบิดเอาไอ่ก้อนเนื้อนี้ออก วันถัดมาเลือดประจำเดือนของเราก็มาตามปกติ ขนาดเขื่อนแตกได้ 555+ ปกติรอบเดือนเราจะมาแค่ 4 วัน แต่ตอนนั้นคงจะทบ 2 เดือน เลยมาซะ 7 วันเลย...เราเป็นคนนึงคะที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ ไม่เคยตรวจภายใน และอายมากกับการไปตรวจภายใน เพราะครั้งแรก (ก่อนจะไปตรวจที่แผนกนรีเวช) ไปตรวจที่คลินิกประกันสังคม และตรวจโดยหมอผู้ชาย...คือ มันครั้งแรกไง เลยไม่รู้ว่า ควรจะบอกพยาบาลไปเลยว่า ขอตรวจกับหมอผู้หญิง...ตอนหลังไปเจอกับหมอคนนี้ที่แผนกอื่น เราก็รู้สึกอายอยู่ แต่หมอเค้าจำเราไม่ได้หรอก 555+

เห็นด้วยนะคะ ที่เราควรจะมองข้ามความอายและไปตรวจภายใน ตั้งแต่อายุน้อยๆ เพราะบางสิ่งอย่าง มันอยู่ข้างใน มันมองไม่เห็น ยิ่งคนที่ไม่เคยอะไร ไม่รู้จะสอบถามใคร ฯลฯ เช่นเรา บางทีกว่าจะรู้ตัว กว่าจะตรวจเจอ ก็อาจจะช้าเกินไป...ไม่ต้องอายคะ หมอเค้าเห็นมาเยอะล่ะ เค้าจำไม่ได้หรอก 555+

ข้อตกลงในการใช้งาน

ข้อความทีท่านได้อ่านจาก เว็บเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และ เผยแพร่โดยอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ ไม่ได้เห็นด้วย และไม่ขอรับผิดชอบ ต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น ดังนั้นผู้อ่านทุกท่าน โปรดใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตนเอง และ ถ้าหากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมาย และ ศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmasterเพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ